ในบ้านส่วนใหญ่ “ครัว” คือจุดที่ใช้พลังงานมากที่สุดรองจากเครื่องปรับอากาศ เพราะมีทั้งตู้เย็น เตาอบ ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว เครื่องล้างจาน ฯลฯ ถ้าปรับพฤติกรรมและเลือกใช้อุปกรณ์ให้ถูกวิธี จะช่วยลดค่าไฟได้ชัดเจน

1. เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน
-
เลือก เบอร์ 5 หรือมาตรฐานประหยัดพลังงานสากล (Energy Star)
-
เครื่องใช้รุ่นใหม่มักมีระบบตัดไฟอัตโนมัติและโหมดประหยัดไฟ
ตัวอย่าง: ตู้เย็นประหยัดพลังงานรุ่นใหม่อาจกินไฟน้อยลงถึง 30% เมื่อเทียบกับรุ่นเก่า
2. จัดวางตู้เย็นให้ถูกตำแหน่ง
-
เว้นระยะห่างจากผนังด้านหลังและด้านข้างอย่างน้อย 10 ซม.
-
ไม่ควรวางใกล้เตาอบหรือที่โดนแสงแดดตรง ๆ เพราะคอมเพรสเซอร์จะทำงานหนักขึ้น
-
ตั้งอุณหภูมิตู้เย็นประมาณ 3–5°C และช่องแช่แข็ง -18°C
3. ปิดฝาหม้อ/กระทะขณะปรุงอาหาร
-
ช่วยเก็บความร้อน ทำให้อาหารสุกเร็วขึ้น
-
ประหยัดทั้งเวลาและไฟฟ้าหรือแก๊สที่ใช้
4. ใช้เตาไฟฟ้า/เตาแม่เหล็กอย่างมีเทคนิค
-
ใช้ภาชนะก้นเรียบ ขนาดพอดีกับเตา
-
ปิดเตาก่อนอาหารสุกประมาณ 1–2 นาที ให้ความร้อนตกค้างช่วยปรุงต่อ
5. ใช้ไมโครเวฟแทนเตาอบเมื่อเหมาะสม
-
อุ่นหรือทำอาหารปริมาณเล็ก ๆ ด้วยไมโครเวฟจะประหยัดไฟกว่ามาก
-
เตาอบควรใช้เมื่อทำอาหารปริมาณมากหรือจำเป็นต้องอบให้กรอบ
6. หุงข้าวให้พอดี
-
หม้อหุงข้าวใช้ไฟสูงขณะอุ่นค้าง ควรหุงพอดีกินเพื่อลดการอุ่นซ้ำ
-
ถ้าทำได้ให้ใช้ฟังก์ชันตั้งเวลาให้ข้าวสุกตอนใกล้ถึงเวลาอาหาร
7. ล้างจานแบบประหยัดไฟ
-
ถ้าใช้เครื่องล้างจาน ให้เปิดเมื่อจานเต็มเครื่องเพื่อลดรอบการล้าง
-
ใช้โหมดน้ำเย็นถ้าไม่จำเป็นต้องล้างน้ำร้อน
8. ใช้อุปกรณ์ครัวอเนกประสงค์
-
เช่น หม้อแรงดันไฟฟ้า (Electric Pressure Cooker) ที่ทำได้ทั้งต้ม นึ่ง อบ
-
ลดการเปิดปิดเครื่องหลายครั้งและใช้พลังงานรวมกันน้อยกว่า
9. ใช้แสงธรรมชาติ
-
เปิดหน้าต่างหรือช่องแสงในตอนกลางวัน เพื่อลดการใช้ไฟส่องสว่างในครัว
-
ใช้หลอดไฟ LED ถ้าจำเป็นต้องเปิดไฟ
10. ดูแลบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้า
-
ละลายน้ำแข็งตู้เย็นเมื่อมีน้ำแข็งเกิน 0.5 ซม.
-
เช็ดทำความสะอาดฝุ่นที่คอยล์ด้านหลังตู้เย็น
-
ทำความสะอาดไส้กรองเครื่องดูดควันเพื่อลดการทำงานหนักเกินไป

