เทมเป้คืออาหารโปรตีนสูงที่ผ่านการหมักจากถั่วเหลือง มีประโยชน์และส่งผลดีต่อร่างกาย โดยเทมเป้ 100 กรัม ให้พลังงานการใช้ชีวิตสูงถึง 193 กิโลแคลอรี่
สารบัญ
เทมเป้คืออะไร
วิธีทำเทมเป้ง่ายๆ
ประโยชน์ดีๆของเทมเป้
เมนูแซ่บๆจากเทมเป้

เทมเป้ คืออะไร?
‘’เทมเป้’’ คือ อาหารหมักมาจากถั่วเหลืองจนกลายเป็นแท่ง เทมเป้เป็นอาหารพื้นบ้านของประเทศอินโดนีเซียที่มีมานานกว่า 200 ปี และเป็นที่นิยมในเกาะชวา คนท้องถิ่นจะเรียกว่า ‘’เตมเป’’ เทมเป้เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีคล้ายๆกับเต้าหู้ แต่มีลักษณะและเนื้อสัมผัสที่ต่างกันออกไป กระบวนการหมักของเทมเปไม่ได้มีขั้นตอนซับซ้อนอะไรมากจึงยังทำให้มีโปรตีน เส้นใย และวิตามินสูง อีกทั้งกลายเป็นหนึ่งในเมนูของ Plant-based และ Whole-food ถูกใจคนรักสุขภาพและสายมังสวิรัติแน่นอน
วิธีทำเทมเป้ง่ายๆ
เตรียมวัตถุดิบ 4 อย่างนี้
- ถั่วเหลือง 500 กรัม
- น้ำ 4 ลิตร
- น้ำสมสายชู 3 ช้อนโต๊ะ
- หัวเชื้อเทมเป้ 1 ช้อนโต๊ะ
การเตรียมถั่วเหลือง
- แช่ถั่วเหลืองในน้ำ 2 ลิตร และทิ้งไว้ข้ามคืนหรืออย่างต่ำ 12 ชั่วโมง
- ล้างถั่วเหลืองให้สะอาดเอาเปลือกออก
- นำถั่วเหลืองที่เตรียมไว้ในหม้อเตรียมต้ม ต้มด้วยไฟกลางประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จนถั่วเหลืองนิ่มแต่ก็ไม่เละ ระวังอย่าให้สุกมากจนเกินไป
- รอจนอุณหภูมิเย็นลง ใส่น้ำส้มสายชูและหัวเชื้อเทมเป้ที่เตรียมไว้
- เทใส่ถุงพลาสติกเจาะรูเล็กๆ เป็นรูปสี่เหลี่ยม ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 2-3 วัน ก็พร้อมนำไปประกอบอาหาร
หากอยากทำให้เทมเป้มีกลิ่นหอมให้ใช้ใบตองห่อแทนถุงพลาสติก สามารถทำให้เทมเป้มีกลิ่นหอมขึ้นได้ นอกจากนี้ถ้าไม่อยากใช้ถั่วเหลืองหมัก สามารถใช้ถั่วแดงทำเทมเป้ถั่วแดง ใช้ถั่วเขียวทำเทมเป้ถั่วเขียว หรือจะใช้ถั่วลิสง ลูกเดือยก็ได้เหมือนกัน เพียงแต่รสชาตินั้นจะต่างกันออกไป
จะรู้ได้อย่างไรว่าเทมเป้พร้อมรับประทานแล้ว
เทมเป้จะได้ที่เมื่อเส้นใยไมซีเลียห่อหุ้มถั่วเป็นก้อนสีขาวแบบแน่นๆ จนแทบจะมองไม่เห็นถั่ว จะมีกลิ่นหอมถั่วและคล้ายๆเห็ด
เทมเป้เก็บได้กี่วัน?
ถ้าเป็นเทมเป้สดจะเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 7 วัน เก็บในช่องฟรีซได้ 1 เดือน แต่ถ้าเป็น
เทมเป้นึ่งจะเก็บในตู้เย็นได้ประมาณ 14 วัน เก็บในช่องฟรีซได้ 6 เดือน
ถ้าเก็บหัวเชื้อในตู้เย็นที่ความชื้น 0% จะสามารถเก็บได้นานถึง 1 ปี แต่ถ้าเป็นไว้ในอุณหภูมิห้องที่ความชื้น 100% จะทำให้ผงหัวเชื้อสูญเสียประสิทธิภาพเก็บได้แค่ 3-4 เดือน
รสชาติของเทมเป้
รสชาติของเทมเป้จะแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ของผู้ชิมและวัตถุดิบหลักๆอย่างถั่ว บางคนอาจจะได้รสชาติหรือและกลิ่นคล้ายกับถั่วต้ม เต้าหู้ หรือเห็ดบางชนิด แต่ถ้าหากหมักทิ้งไว้นานขึ้น รสชาติและกลิ่นก็จะเข้มข้นขึ้นตามลำดับ
ประโยชน์ดีๆของเทมเป้
เทมเป้เป็นถั่วเหลืองหมักธรรมชาติ ไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งใดๆ โดยเทมเป้ 100 กรัม มีสารอาหารครบถ้วนและให้พลังงานสูงถึง 193 แคลลอรี่ โดยเทมเป้มีสารอาหารดังนี้
- พลังงาน: 166 กิโลแคลอรี่
- โปรตีน: 20.7 กรัม
- ไขมัน: 6.4 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต: 6.4 กรัม
- ใยอาหาร: 5.7 กรัม
- โซเดียม: 9 มิลลิกรัม
- เหล็ก: 3.6 มิลลิกรัม
- แคลเซียม: 120 มิลลิกรัม
- แมกนีเซียม: 70 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส: 200 มิลลิกรัม
อุดมไปด้วยโปรตีน
ปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคต่อวันคือ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติควรได้รับโปรตีนจากถั่วเหลืองในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อทดแทนการได้รับโปรตีนไม่เพียงพอจากการไม่รับประทานเนื้อสัตว์
เทมเป้ให้โปรตีนสูงกว่าอาหารที่ทำจากถั่วชนิดอื่น เช่น เต้าหู้ปริมาณ 84 กรัม ให้โปรตีนประมาณ 6 กรัม ขณะที่เทมเป้ที่มีปริมาณเท่ากันให้โปรตีนสูงถึง 15 กรัม จึงเหมาะสำหรับผู้รับประทานมังสวิรัติ และผู้ที่ออกกำลังกายเพราะการรับประทานโปรตีนอย่างเพียงพอจะช่วยเสริมมวลกล้ามเนื้อที่เสียไปจากการออกกำลังกาย
นอกจากนี้ เทมเป้ที่ทำจากถั่วเหลืองยังมีกรดอะมิโนจำเป็น ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง และจะได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนอย่างเพียงพอเท่านั้น ซึ่งอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองจะให้ครบทั้ง 9 ชนิด ต่างจากธัญพืชอื่น ๆ ที่อาจให้กรดอะมิโนจำเป็นได้ไม่ครบ
ดีต่อหัวใจและช่วยควบคุมน้ำหนัก
เทมเป้ 1 ถ้วยหรือ 166 กรัมประกอบด้วยไขมัน 18 กรัม โดยไขมันส่วนใหญ่ในเทมเป้จะเป็นไขมันไม่อิ่มตัว ทั้งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
นอกจากนี้ เทมเป้ 1 ถ้วยประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตเพียง 13 กรัม และมีโปรตีนสูงที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องและยับยั้งความรู้สึกอยากอาหาร ซึ่งอาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก
เป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุ
นอกจากโปรตีนแล้ว การรับประทานเทมเป้ยังให้สารอาหารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่
วิตามินบี เช่น ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) หรือวิตามินบี 2 ที่มีส่วนช่วยในการสร้างพลังงาน การมองเห็นและบำรุงผิวพรรณ ไนอะซิน (Niacin) หรือวิตามินบี 3 ที่ช่วยเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน เสริมการทำงานของสมอง ระบบย่อยอาหาร และผิวพรรณ และวิตามินบี 12 ที่ช่วยมีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งพบมากในเนื้อสัตว์และนม จึงเป็นทางเลือกของคนที่รับประทานมังสวิรัติ
แคลเซียม เทมเป้ 1 ถ้วย หรือ 166 กรัมประกอบด้วยโปรตีนประมาณ 2 ใน 3 ของนมวัวปริมาณ 244 มิลลิตร จึงเป็นแหล่งของแคลเซียมที่เหมาะกับคนที่ไม่ดื่มนมวัว
แร่ธาตุต่าง ๆ เช่น สังกะสี ทองแดง ธาตุเหล็ก แมงกานีส และฟอสฟอรัส ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
มีส่วนประกอบของสารไอโซฟลาโวน (Isoflavones)
เทมเป้ประกอบด้วยสารไอโซฟลาโวน ซึ่งพบมากในถั่วเหลืองและอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง โดยไอโซฟลาโวนมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลโดยรวม คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ในเลือด ซึ่งไขมันชนิดไม่ดีเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
ไอโซฟลาโวนจัดเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนจากพืช (Phytoestrogen) อาจช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีระดับฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ชะลอความเสื่อมของเซลล์จากอนุมูลอิสระ และอาจช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก
เสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารการรับประทานถั่วและธัญพืชบางชนิดอาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและมีอาการท้องอืด แต่การรับประทานเทมเป้มักไม่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ จึงอาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome)
ข้อเสียของเทมเป้
เทมเป้นั้นแทบจะไม่มีข้อเสียเลย เพราะเนื่องจากเป็นอาหารจากพืชโดยตรง แต่มีข้อควรระวังตามนี้
- กลุ่มผมที่แพ้อาหารที่มีถั่ว เมื่อกินเทมเป้ที่มีส่วนผสมของถั่วอาจจะส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น คัน ผื่นลมพิษ ใบหน้าและลำคอบวม ท้องเสีย อาเจียน ในกรณีของรายมีถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว
- กลุ่มผู้ที่มีภาวะผิดปกติเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ เนื่องจากสารกอยโตรเจนในเทมเป้จะเข้าไปยับยั้ง การทำงานของต่อมไทรอยด์
เมนูแซ่บๆจากเทมเป้
เทมเป้สามารถกินสดได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลด้วย แต่สำหรับใครที่อยากจะลองอะไรใหม่ๆ อาจจะนำเทปเป้ไปประกอบอาหารต่างๆ เช่น
1.เทมเป้ผัดพริกกระเทียม

ส่วนผสม
- เทมเป้ 200 กรัม
- พริก ตามชอบ
- กระเทียม 2-3 หัว
- ข้าวโพดอ่อนหั่นชิ้น
- แครอทหั่นเส้น
- น้ำปลา แม็กกี้ น้ำปลา
- ต้อนหอมซอย
- น้ำมันพืช
วิธีทำ
- หั่นวัตถุดิบ ใส่น้ำมันในกระทะ รอน้ำมันร้อน พอร้อนได้ทีนำกระเทียมกับพริกไปผัดให้หอม
- ใส่แครอท ข้าวโพด ผัดให้สุก ใส่น้ำปลา แม็กกี้ น้ำตาล ปรุงรสตามใจชอบ เสร็จแล้วใส่เทมเป้ผัดจนเปลี่ยนสี
- ใส่ต้นหอม ผัดจนต้นหอมสุข พร้อมรับประทาน
-
เทมเป้ย่างซีอิ๊ว

ส่วนผสม
- เทมเป้ 150 กรัม
- ซอสหอย 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ผงกระเทียม 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น ตามชอบ
- น้ำมันงา 1 ช้อนช้า
วิธีทำ
- หั่นเทมเป้ขนาดตามใจชอบ
- ผสมซอสหอย ผงกระเทียม พริกไทย ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา เข้าด้วยกัน แล้วนำเทมเป้ไปคลุกให้ทั่ว แช่ไว้ในตู้เย็น 20-30 นาที
- หมักไว้สักพักก็เอาออกมาจี่ได้เลย ใส่น้ำมันเพียวแค่นิดเดียว หรือฉีดสเปรย์สัก 1 ครั้ง เพื่อให้น้ำมันกระจายทุกด้าน พอกระทะร้อนก็เอาลงจี่ด้านละ 5 นาที แล้วพลิกต่ออีกด้าน 5 นาที
- พอได้ความสุกที่ชอบก็เอาขึ้นได้เลย จัดใส่จานทานคู่กับผักตามชอบ ใครที่เบื่อเต้าหู้ก็อาจจะเปลี่ยนมากินเทมเป้แทน
3.ทาโก้เทมเป้
ส่วนผสม
- เทมเป้
- มันหวาน
- เมเปิ้ลไซรัป
- ซอสกลิ่นรมควัน
- เครื่องเทศต่างๆ เช่น พริกป่น ผงปาปริก้า ผงหยี่หร่า ผงกระเทียม ผงหัวหอม
- ซอสถั่วเหลือง
- มะนาว
- แป้งตอติลญ่า
วิธีทำ
- ผสมเครื่องเทศและซอสเข้าด้วยกันในชาม ฉีกมันเทศแล้วเก็บไว้ใช้
- ผัดเทมเป้ในกระทะใบใหญ่ ให้บดเทมเป้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่มันหวานที่ฉีกไว้และใส่ซอสถั่วเหลือง
- อุ่นแป้งตอติลญ่ารอไว้
- เทซอสลงในกระทะ ผัดจนเทมเป้มีสีเข้ม เสิร์ฟกับท้อปปิ้งพร้อมรับประทาน
สามารถหาซื้อเทมเป้ได้ที่ไหนบ้าง
ผงเทมเป้ หัวเชื้อ หรือเทมเป้สามารถหาซื้อได้ผ่านทางเว็ยไซต์ของร้านราคา หรือแอปพลิเคชั่นซื้อขายสินค้า และตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป



